หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > เราเพื่อนกัน > ความหมายของชื่อต่างๆในนิยาย บา...

ความหมายของชื่อต่างๆในนิยาย บาบิโลน อาณาจักรนักรบทมิฬ


ความหมายของชื่อตัวละครและสถานที่ในนิยายเรื่อง

 

บาบิโลน อาณาจักรนักรบทิฬ

 

            หลายคนคงได้อ่านนิยายเรื่อง บาบิโลน อาณาจักรนักรบทมิฬ ของพี่แล้ว และอาจจะนึกสงสัยว่าอาณาจักรต่างๆในเนื้อเรื่องนี้ควรตั้งอยู่ ณ ที่ใด ชื่อต่างๆที่ปรากฏในเนื้อเรื่องนั้นมีความหมายจริงๆหรือไม่ หลังจากปิดบทนิยายเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วพี่จึงตกลงใจเขียนที่มารวมถึงความหมายต่างๆของชื่อในตัวละครเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ

            บาบิโลน ในนิยายเป็นอาณาจักรซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาอันสับซับซ้อน มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว แต่เพราะความที่กลุ่มชนเหล่านี้ดำรงอยู่มานานทำให้เขาออกสำรวจเส้นทางลับต่างๆที่เป็นทั้งถ้ำและทางน้ำเก่าแก่ใต้ดิน ดังนั้นแท้จริงแล้วบาบิโลนจึงมีทางหลบหนีออกจากเมืองได้อย่างน้อยๆสองเส้นทาง

            ในความเป็นจริง บาบิโลนเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรสุเมเรียโบราณที่มีขนาดใหญ่และเจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีต อาณาจักรแห่งนี้มีป้อมปราการถึงห้าชั้น แต่ะชั้นจะมีกองทหารคอยดูแลอย่างเข้มแข็ง ประตูเมืองแต่ละป้อมจะถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง แต่ประตูที่แข็งแกร่งและสวยงามที่สุดเป็นประตูเมืองก่อนจะเข้าไปสู่ตัวพระนครที่มีนามว่าประตู อิชทาร์

            อิชทาร์เป็นนามของพระเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นเทพเก่าแก่ที่สุดของโลก คาดว่าจะมีอายุประมาณ สี่พันปีหรือมากกว่านั้น เป็นเทวีที่มีอายุเกือบจะร่วมสมัยกับเทวีแห่งดินแดนโมเฮนเจดาโรของลุ่มแม่น้ำสินธุจนสันนิษฐานได้ว่าเป็นพระเทวีที่มีต้นกำเนิดเดียวกัน

            ด้วยความนับถือในองค์อิชทาร์ ชาวบาบิโลนจึงได้สร้างประตูเมืองขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องพระองค์รวมถึงเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งการคุ้มครองภยันตรายต่างๆให้กับเมือง และต้องการให้ประตูนี้ยั่งยืนยงคู่ผืนแผ่นดินนี้ตลอดไปซึ่งก็เป็นความจริงเพราะบัดนี้แม้อาณาจักรบาบิโลนจะล่มสลายไปตามกาลเวลาแล้ว แต่ประตูนี้ก็ยังคงอยู่แม้จะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็ตาม ปัจจุบันชิ้นส่วนของประตูนี้ตั้งอยูในประเทศอิหร่านและสหรัฐอเมริกา

            ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นผู้อ่านและน้องๆทุกคนคงพอจะเข้าใจและมองภาพอออกว่าแท้จริงแล้วอาณาจักรบาบิโลนที่ปรากฏขึ้นนิยายเรื่องนี้หาใช่เป็นแผ่นดินในแถบยุโรบไม่ หากแต่เป็นดินแดนในแถบเอเชียของเรานี่เอง หรือถ้าจะให้ระบุแน่นอนก็เป็นเอเชียแถบตะวันออกกลางอันเป็นที่ตั้งของเหล่าอาณาจักรโบราณอันยิ่งยงในอดีตทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นสุเมเรียน ฮิตไท อิยิปต์ เปอร์เซียหรือแม้แต่เมืองในพระคัมภีร์อย่างโซดอมและกอมโมราธ

 

 

บาเบล Babel

 

          บาเบล ความจริงแล้วเป็นชื่อหอคอยแห่งบาบิโลนโบราณในยุคสมัยอาณาจักรสุเมเรียนรุ่งเรืองแต่ไม่สำเร็จเพราะเมื่อสร้างใกล้จะถึงยอด หอคอยนี้จะถล่มลงมาทุกครั้งจนเป็นที่โจษจันในศาสนาอื่นว่าเพราะชาวบาบิโลนต้องการสร้างสิ่งที่เทียบเคียงหรือเจตนาจะลบหลู่พระเจ้า จึงเป็นเหตุให้มีอันเป็นไป(หากเป็นเช่นนั้นจริง บรรดาตึกต่างๆในปัจจุบันคงถล่มราบกันเป็นแถบ เพราะแต่ละแห่งสูงกว่าหอคอยบาเบลร้อยเท่า)

            ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าสาเหตุที่แท้จริงที่กษัตริย์บาบิโลนสร้างหอคอยนี้ขึ้นก็เพื่อ ต้องการประกาศให้คนที่เดินทางเข้ามาใกล้ได้ทราบว่าเขากำลังเข้าสู่เขตของอาณาจักรบาบิโลน จะได้เตรียมตัวได้ถูกหรืออีกนัยหนึ่งก็คือการประกาศศักดานั่นเอง ส่วนอีกประการหนึ่งก็คือ ตามสภาพภูมิประเทศของเมืองแห่งนี้เป็นทะเลทราย การมีหอคอยสูงเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ย่อมได้เปรียบหากมีข้าศึกยกทัพมา ส่วนที่พังทลายทุกครั้งเมื่อใกล้จะถึงยอดนั้น ด้วยความรู้อันน้อยนิดของผู้เขียนทำให้คิดว่าจะเกิดมาจากส่วนฐานที่ไม่มั่นคงประกอบกับวัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้สัดส่วน จึงทำให้น้ำหนักกดโดยรวมทั้งหมดของหอคอยเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อถูกแรงโน้มถ่วงของโลกกดลงมา หอคอยบาเบลจึงพังลงทุกครั้งที่ยอดเพิ่มความสูง

 

            เหตุใดจึงเลือกชื่อของหอคอยนี้เป็นชื่อตัวเอกของนิยาย บาบิโลน อาณาจักรนักรบทมิฬ

 

            การเลือกชื่อตัวละคร ข้อแรกคือต้องมีพื้นฐานมาจากภาษาเดิมหรือภาษาจากอาณาจักรในนิยายที่กำลังเขียน เนื่องจากนิยายเรื่องนี้อิงมาจากอาณาจักรสุเมเรียนโบราณ ชื่อตัวละครโดยส่วนใหญ่จึงเป็นคำจากภาษานี้ซึ่งได้ค้นมารวบรวมและเย็บเป็นเล่มเพื่อสะดวกในการค้นหา ส่วนบาเบลนั้น ในความรู้สึกส่วนตัวแล้วมันเหมือนตัวแทนของความพยายามอันยิ่งใหญ่ที่ต้องการจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดเหนือผู้คนทั้งปวง แต่แล้วก็ไม่อาจเป็นไปได้และต้องสูญสลายลงไปในที่สุด บาเบลคือตัวแทนของความยิ่งยง สูงสง่าและโดดเดี่ยวในขณะเดียวกัน เพราะรอบข้างของหอคอยที่สูงตระหง่านนั้นมีเพียงผืนทรายอันเวิ้งว้าง และสายลมหวีดหวิวที่พัดผ่านเท่านั้น เหมือนกับราชันย์บาเบลที่เป็นราชาที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่หวาดเกรงของศัตรูทั้งหลาย แต่เขากลับยืนอยู่บนความอ้างว้างโดดเดี่ยวและจมอยู่กับความขมขื่นในอดีตที่ไม่มีวันลบเลือน

 

           

 

 

อิชทาร์ Ishtar

 

          อิชทาร์ เป็นนามของพระเทวีแห่งความอุดมสมบูณ์ของอาณาจักรโบราณ กล่าวกันว่าต้นกำเนิดของเทวีองค์นี้มีมานานกว่า ห้าพันปี อาจจะก่อนยุคสุเมเรียนรุ่งเรืองเสียด้วยซ้ำ มีการค้นพบรูปปั้นดินเผาของเทวีอิชทาร์ครั้งแรกเป็นรูปสตรีท้วมที่มีถันรอบตัว อันหมายถึงผู้ให้กำเนิดและความอุดมสมบูรณ์ ต่อมาเทวีผู้นี้ได้รับความนับถือเพิ่มมากขึ้นและมีความหมายถึงความยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน ชาวบาบิโลนมีความเคารพนับถือเทวีองค์นี้มากจนถึงขนาดสร้างประตูเมืองชั้นรองขึ้นด้วยกระเบื้องศิลาสีน้ำเงินเข้ม และขนานนามว่า ประตูอิชทาร์ เพื่อเป็นการบูชาต่อพระองค์

            อิชทาร์ในนิยายเรื่อง บาบิโลน อาณาจักรนักรบทมิฬ เป็นพระอนุชาของราชันย์บาเบลที่มีความโหดเหี้ยม ไม่มีความรักหรือเมตตาอยู่ในหัวใจ เหตุที่เลือกใช้นามพระเทวีเป็นชื่อก็เพราะตัวละครผู้นี้มีความแปรปรวนในอารมณ์อยู่เกือบตลอดเวลา มีความคิดลึกซึ้งและอาฆาตพยาบาทรุนแรง หากพอใจผู้ใดก็จะส่งเสริมไปจนถึงที่สุดแต่ขณะเดียวกันก็สามารถสังหารคนอื่นได้ง่ายเพียงพริบตาหากไม่ถูกใจดุจดั่งวิสัยของสตรี อิชทาร์แม้จะมีความร้ายกาจมากแต่เขากลับรักแผ่นดินเกิดยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ชนิดที่เรียกว่ายอมหลั่งเลือดทุกหยดเพื่ออาณาจักรของตน

 

เอรุย Arui

 

          นามของหญิงสาวชาวมนุษย์ผู้มีชาติกำเนิดอยู่ที่เมืองไอซิน นครแห่งนักปราชญ์และผู้อภิบาลที่ถูกกองทัพบาบิโลนบุกทำลายจนพินาศย่อยยับ นางมีความแค้นต่อบาเบลเพราะเข้าใจว่าเขาเป็นผู้สังหารบิดาจนถึงขนาดสาบานกับตัวเองว่าจะปลิดชีวิตของราชันย์ทมิฬให้ได้ด้วยมือของตน จนโอบูลันผู้เป็นลุงต้องกล่าวเตือนสติว่าหากต้องการเป็นผู้อภิบาลที่ดี ต้องละทิ้งหัวใจแห่งความอาฆาต แม้จะไม่เห็นด้วยกับคำสอนแต่เอรุยก็รับคำ นางต้องเผชิญกับความสับสนอย่างที่สุดเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากบาเบล ราชันย์ทมิฬผู้ที่นางตั้งใจจะสังหารอยู่ตลอดเวลา

            เอรุย เกิดจากการนำภาษาสุเมเรียน ARU ซึ่งแปลว่า ราชสีห์ แต่เพื่อความไพเราะยามอ่านออกเสียงจึงต้องเพิ่มอักษรลงไปอีกตัวให้สมเป็นหญิง หลังจาดทดลองมาหลายตัวจึงลงเอยที่ I และกลายเป็น ARUI เอรุย ไปในที่สุด

            ทำไมจึงตั้งชื่อตัวละครนี้ว่า ราชสีห์

            เพราะความแข็งแกร่งในหัวใจของหญิงสาว ที่แม้จะต้องการสังหารบาเบลอยู่ตลอดเวลา แต่ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวกลับเลือกวิถีทางแห่งผู้อภิบาล นั่นก็คือยอมละความอาฆาตและช่วยชีวิตราชันย์ผู้นี้ ความเข้มแข็งของเอรุยนี่เองที่สามารถละลายความกระด้างในหัวใจของบาเบล ทำลายเกราะแห่งความเดียวดายของเขาลงไปได้ในที่สุด

ต่อไปจะกล่าวถึงนามของแม่ทัพสำคัญ รวมถึงความหมายกองทัพต่างๆของบาบิโลน

อาทิ แอรูเบล อาร์ซัค ไอซาร์และดูรู

 

            มาสอิล Masil

         

            แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพบาบิโลน นักรบคนสำคัญของราชันย์บาเบลผู้มีผมสีแดงดุจเปลวเพลิง นอกจากจะเป็นผู้นำทัพคนสำคัญแล้ว เขายังมีทัพภายใต้บังคับบัญชาของตนเองซึ่งมีหน้าที่ปกปักรักษาราชวงศ์แห่งบาบิโลนโดยเฉพาะ นั่นก็คือทัพ ไอซาร์อันมีเครื่องหมายเปลวเพลิงเป็นตราสัญญาลักษณ์

            มาสอิล หากไปค้นในภาษาสุเมเรียนอาจจะไม่พบ เพราะเป็นคำที่แปลงมาจากนามของเทพแห่งสงครามของสุเมเรียน หลายคนคงรู้จักกันดีเพราะนามนั้นก็คือ อาชูร่า มาสดรา

            ในชั้นแรก คิดจะเรียกแม่ทัพผู้นี้ว่า มาสดรา แต่เมื่อนำมาเทียบเสียงหากเขียนบทสนทนากับอิชทาร์ มันจะกลืนกันไปหมดจนแยกไม่ออกในความรู้สึกจึงได้พยายามเกลาคำให้อ่านหรือเสียงแล้วลื่นขึ้น จำง่ายและเป็นเอกลักษณ์ ในที่สุดจึงลงตัวกับคำว่า มาสอิล

            ทัพไอซาร์ของมาสอิล มาจากคำว่า ISAR ซึ่งแปลว่า FIRE กองทัพนี้จะขึ้นตรงกับมาสอิลและจะสวามิภักดิ์ต่อบาเบลแต่เพียงผู้เดียว ทัพไอซาร์เป็นทัพที่เคลื่อนกำลังพลได้เงียบ รวดเร็วและทำการรบด้วยความเฉียบขาดดุดันดุจเปลวเพลิงที่เผาผลาญทุกสิ่งจนมอดไหม้ไม่เหลือแม้ซาก

 

            ลิลิธ LiLith

 

          นักรบและแม่ทัพหญิงเพียงหนึ่งเดียวในกองทัพบาบิโลน ลิลิธเป็นผู้นำทัพ ดูรู อันได้ชื่อว่าเป็นกองกำลังรักษาเมืองที่เหี้ยมโหดและรบได้เฉียบขาดปราศจากความปราณี นักรบหญิงผู้นี้มีไหวพริบและความเฉลียวฉลาดมากไม่แพ้กับความงาม  

นามลิลิธ Lilith ก็คือชื่อของมารหญิง ซัคคิวบัส Sucubus ปิศาจร้ายในราตรีของสุเมเรียน ซึ่งชนรุ่นต่อมาถือว่านางคือมารกินฝันที่น่ากลัว

ส่วนทัพดูรูของนางนั้น มาจากคำว่า Duru ในภาษาสุเมเรียนแปลว่ากำแพงหรือแนวป้องกัน เครื่องหมายตราธงประจำของนางคือ เนตรสีเพลิง

 

ทัพอาร์ซัค Azag

 

เป็นทัพภายใต้การนำของ อิชทาร์ เครื่องหมายของทัพนี้คือ อสรพิษที่อ้าปากเตรียมจะกลืนกินเหยื่อ กองทัพนี้มีความสำคัญรองลงมาจากทัพของบาเบล มีไพร่พลที่แข็งแกร่ง เหี้ยมเกรียมและดุดัน ขึ้นชื่อลือชาที่สุดในด้านความโหดร้าย เมืองใดก็ตามที่ถูกทัพอาร์ซัคโจมตีจะไม่มีสิ่งใดหลือรอดนอกจากกองเถ้าถ่านไหม้เกรียม พวกเขาสามารถเดินทางได้อย่างว่องไวและเงียบกริบปราศจากสุ้มเสียง ชำนาญในการซุ่มโจมตีและบุกจุ่โจมข้าศึกอย่างรวดเร็ว คำว่า อาร์ซัค ในความจริงแล้วควรจะเขียนว่า อาร์ซัก แต่มองดูไม่น่าเกรงขามจึงเปลี่ยนตัวอักษรสุดท้ายจาก ก. เป็น ค.

Azag แปลว่า Great Serpent ในภาษาสุเมเรียน

 

ทัพ แอรูเบล ARUBEL 

 

กองทัพหลวงแห่งอาณาจักรบาบิโลนอันมีราชันย์บาเบลเป็นผู้นำและมีราชธวัชประจำพระองค์คือราชสีห์คำรามเป็นเครื่องหมายประจำกองทัพ แอรูเบลเป็นกองทัพที่มีจำนวนไพร่พลมากที่สุดในบรรดาทัพทั้งสี่แห่งอาณาจักรทมิฬ นักรบทุกคนจะมีความซื่อสัตย์และภักดีต่อราชันย์ของตนยิ่งกว่าชีวิต พวกเขามีความแข็งแกร่ง กล้าหาญและดุดันสามารถเดินทางติดต่อกันได้หลายวันโดยไม่ต้องหยุดพัก  แอรูเบลนับเป็นกองทัพที่มีระเบียบวินัยดีที่สุดและขึ้นชื่อลือชาในการรบไม่แพ้ทัพอาร์ซัค

คำว่าแอรูเบล Arubel เกิดจากการผสมคำ Aru อันหมายถึงพญาราชสีห์ กับ –Bel ที่แปลว่า Lord of เมื่อนำมารวมกัน จะมีความหมายว่า Lord of Lion

 

ชื่อที่ปรากฏในนิยาย

 

คงจะจำกันได้ว่าบาเบลได้เล่าถึงต้นกำเนิดของเขาให้กับเอรุยว่าเผ่าของเขาสืบเชื้อสายมาจากเทพอสูรสงคราม เทอัล ซูล

เทอัล ซูล Telal Xul [Wick Demon Warrior] เป็นชื่อของเทพอสูรสงครามของสุเมเรียนเลยทีเดียว 

เผ่านักรบภูผา มุลลาซูล

มุลลาซูล Mulla Xul [Evil Devil] เป็นเทพกลุ่ม Necrolord ของสุเมเรียน

ราชันย์ของชนนักรบภูผา มีนามว่า ไอเดมมู

Idimmu [Demon] เป็นเทพในกลุ่ม Necrolord ของสุเมเรียนเหมือนกัน

แม่ทัพของมุลลาซูลนาม อูรูกุล

Urukul [Larvae]  ตัวอ่อนของความชั่วในความหมายของกลุ่ม Necrolord ของสุเมเรียน

กองทัพพิเศษของอูรูกุลที่เรียกว่า เคอร์

Kur [Mountain] หมายถึงภูเขา ไม่ใช่เทือกเขานะคะ นอกจากคำนี้แล้วยังมี Sadu  หรือ Shadu ด้วย

นครแห่งนักรบทะเลทราย ซินนู

Sinnu [Ivory] แปลว่า งาช้าง เพราะทะเลทรายของพวกเขาจะมีสีขาวนวล ไม่ใช่ที่ทองเหมือนที่อื่น

บาร์รา กษัตริย์ของซินนู

Barra [Begone] หนึ่งใน Necrolord ของสุเมเรียน คิดว่าคงประมาณเป็นยมทูตของเขา

แม่ทัพของซินนูผู้ที่ดูเหมือนจะมีจิตใจที่เป็นนักรบมากกว่าอูรูกุลนาม ชูฮาร์

ชูฮาร์ เป็นคำที่ตัดออกมาจากคำเต็มของ Shuhadaku [Sword] ซึ่งแปลว่าดาบ หมายถึงความเฉียบคมตรงไปตรงมาและกล้าหาญ แต่หากจะให้เรียกเต็มทั้งชื่อคงจะไม่ไหว เลยทอนคำลงให้สั้นเพื่อความสะดวกลิ้นของผู้อ่าน

นางข้าหลวงของบาเบลที่คอยดูแลเอรุยผู้มีนามว่า นานู

ความจริงนานู เป็นคำที่ถูกตัดทอนจากNadanu ที่แปลว่า ให้ หรือผู้ให้ ในครั้งแรกจะเรียกว่า นาดานู แต่ฟังดูแล้วไม่รื่นหูและออกจะยืดเยื้อเกินไป เลยตัดคำกลางออกเสียให้เหลือเพียง Nanu

อสรพิษตัวร้าย เฮอร์ซัค ไมตู สัตว์เลี้ยงแสนรักของอิชทาร์ นำมาจากการผสมคำสองคำคือ

Hursag [mountains] ซึ่งหมายถึงเทือกเขาอันสลับซับซ้อนผนวกกับคำว่า Mitu [Dead] นั่นก็คือเทือกเขาแห่งความตาย อันเป็นแหล่งอาศัยของงูชนิดนี้นั่นเอง

เทือกเขากิดิมซูล ดินแดนที่เป็นเขตกั้นระหว่างแผ่นดินมนุษย์กับอาณาจักรบาบิโลน

Gidim Xul [Evil Ghost] ความจริงเป็นหนึ่งใน Necrolord ของสุเมเรียน ที่นำมาใช้เป็นชื่อของหุบเขาก็เพราะความมืดทะมึนลึกลับและน่ากลัวอีกทั้งเป็นเส้นทางเข้าสู่อาณาจักรทมิฬที่ไม่มีมนุษย์คนใดกล้าย่างกรายเข้าไปใกล้ เพราะพวกเขาถือว่ามันคือเส้นทางแห่งความชั่วร้ายและน่ากลัว

           

จากนิยายเรื่อง บาบิโลน อาณาจักรนักรบทมิฬ มีการใช้คำอันนำมาจากภาษาสุเมเรียน ดังนั้นชื่อต่างๆจึงล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานมาจากภาษานี้แม้บางคำพี่จะแปลงไปบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี้รวมถึงป้อมปราการของอาณาจักรแห่งนี้ซึ่งมีถึงห้าชั้น แต่ละชั้นจะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามลำดับ เพื่อเพิ่มความเข้าใจและเป็นการเพิ่มอรรถรสในการอ่าน จะขอนำลำดับหมายเลขในภาษา

บาบิโลนมาให้ผู้อ่านได้ทราบกัน

First – Isten baba [One-Isten]

Secound – Sanu [Two-Sina]

Third – Salsu

Fourth – Rebu

Fifth – Hamsu [Five-Hamsum]

Sixth – Sessu [Six-Sessum]

Seventh – Sebu [Seven-Sebet]

Eighth – Samnu

Ninth – Tisu

Ten- -Esrum

 

*/*/*/*/*

 



ผู้ตั้งกระทู้ moony :: วันที่ลงประกาศ 2008-09-14 07:49:08


1

ความเห็นที่ 6 (1379571)

คำว่าพรกมลแปลว่าอะไรค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปิ๊ง (ping_1402-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-06-12 20:24:24


ความเห็นที่ 5 (1364342)

Hunters also have the ability to drop various traps; the most common one used in Arena is wow power leveling a frost trap. The frost trap releases a huge frozen area, which slows down anyone entering into it. Alot of top 5v5 teams use this to kite opponents around, minimizing their damage wow power leveling done and forcing the team to spread out. A new change to Hunters mana buff  aion power level allows them to regain mana faster when it's lower, meaning Hunters do not become useless when nearing 0 mana. Hunters have two aion powerleveling speccs that are proven to be effective in 5v5 arena.

ผู้แสดงความคิดเห็น qweqwe วันที่ตอบ 2010-02-05 08:07:50


ความเห็นที่ 4 (1333912)

ความหมายชื่อมณีนุช  นามสกุลบุตรดีไชย   ชื่อภาษาอะไร

ผู้แสดงความคิดเห็น ความหมายชื่อ วันที่ตอบ 2009-06-12 20:18:26


ความเห็นที่ 3 (1316133)
ขอบคุณมากค่ะ มูนนี่อยากให้ชื่อสื่อถึงลักษณะนิสัยของตัวละคร จึงพยายามหาให้เหมาะสมที่สุดค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น moony วันที่ตอบ 2009-01-29 18:00:48


ความเห็นที่ 2 (1300010)
โห้...ตอนแรกเราก็แอบติงว่าชื่อไรอ่านยากแท้...พอมาอ่านที่มาที่ไปก็ได้เข้าใจ ทึ้งๆค่ะ เห็นถึงความตั้งใจเลย
ผู้แสดงความคิดเห็น Chummy วันที่ตอบ 2008-09-24 23:03:52


ความเห็นที่ 1 (1298771)
แค่ตั้งชื่อก็น่าทึ่งแล้ว ข้าน้อยของคารวะจริง ๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น >M< วันที่ตอบ 2008-09-15 19:54:53



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.